ความเป็นมาของเครื่องลายคราม

เครื่องลายคราม หมายถึงเครื่องภาชนะกระเบื้องหรือเครื่องถ้วยชามเนื้อขาว ชนิดที่เขียนลายเป็นสีคราม มีต้นกำเนิดในประเทศจีน โดยมีแหล่งผลิตเครื่องกระเบื้องจีนที่สําคัญอยู่ที่เมืองจิ่งเต๋อเจิ้น มณฑลเจียงซี ผลิตเครื่องกระเบื้องให้ราชสําานักพระเจ้ากรุงจีนและส่งออกขายต่างแดนได้รับความนิยมจากชนชั้นสูงทั่วโลก คนไทยเรียกเครื่องกระเบื้องที่ผลิตจากจิ่งเต๋อเจิ้นว่า “กระเบื้องกังไส”

สีครามหรือสีนํ้าเงินที่ใช้สำหรับเขียนเครื่องลายครามนี้ ได้จากสารโคบอลต์ออกไซด์ (cobalt oxide) นำมาเขียนบนเครื่องปั้น ดินเผา โดยผลิตภัณฑ์จะถูกเผาเป็น 3 ระยะ ระยะแรก การเผาแบบเติมออกซิเจนจนถึงอุณหภูมิ 9,500 องศาเซลเซียส ระยะที่สอง การเผาโดยวิธีลดออกซิเจนจนอุณหภูมิถึง 12,000 องศาเซลเซียส และระยะที่สาม การเผาแบบเติมออกซิเจนจนถึงจุดสุกตัวของนํ้ายาเคลือบ

โดยยุคทองของการทำเครื่องลายครามอยู่ในช่วงต้นราชวงศ์ชิง 3 รัชสมัย คือ คังซี พ.ศ. 2205-2265 (1662-1722) หย่งเจิ้ง พ.ศ. 2266-2278 (1723-1735) และ เฉียนหลง พ.ศ. 2279-2338 (1736-1795) ซึ่งเป็นช่วงที่อุตสาหกรรมเครื่องลายครามจีนคุณภาพดีเป็นที่ต้องการของตลาดโลก ตรงกับสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเรื่อยมาถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

สำหรับการค้นพบเครื่องลายครามในราชอาณาจักรไทย มีหลักฐานแสดงให้เห็นว่า ในอดีตนั้นดินแดนนี้เคยมีความสัมพันธ์ทางการค้า การเมือง และนโยบายดำเนินการทางการทูตกับราชสำนักจีน เพราะนอกจากเครื่องลายครามจะเป็นสินค้าที่นิยมกัน เครื่องลายครามยังเป็นเครื่องราชบรรณาการที่สำคัญอย่างหนึ่งด้วย

จากบันทึกจดหมายเหตุ กล่าวถึงความสำคัญของราชอาณาจักรไทยสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีว่า เป็นศูนย์กลางทางการค้าทั้งในสมัยราชวงศ์เหม็งและราชวงศ์เซ็งตอนต้น มีเครื่องลายครามเป็นสินค้าสำคัญ โดยเฉพาะในสมัยราชวงศ์เซ็งตอนต้น สัมพันธไมตรีระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชสำนักจีนเป็นไปด้วยดี

ในกรุงศรีอยุธยา เครื่องกระเบื้องจีนที่สยามสั่งซื้อเข้ามามีเป็นจํานวนมาก ของที่เหลือมาถึงเวลานี้ แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ หนึ่ง เครื่องกระเบื้องแบบไทยที่กรุงศรีอยุธยาสั่งผลิตจากเมืองจีน และสอง ภาชนะสําหรับใช้สอยที่พ่อค้านําาเข้ามาในเชิงพาณิชย์ มีขายทั่วไปในท้องตลาดและละแวกที่จีนเข้าไปตั้งร้านค้า จากเศษกระเบื้องที่พบแตกกระจายอยู่ในกรุงศรีอยุธยา

เมื่อครั้งสมเด็จฯ กรมพระยาดําารงราชานุภาพ เสด็จไปตรวจเครื่องถ้วยที่ขุดได้ในกรุงเก่า ทรงอธิบายรูปทรงเครื่องกระเบื้อง “ให้อย่าง” ซึ่งหมายถึงเครื่องกระเบื้องจีนผลิตตามแบบไทยส่งไปสั่งทําาจากเมืองจีนในสมัยกรุงเก่า ที่พระยาโบราณราชธานินทร์ (พร เดชะคุปต์) รวบรวมไว้ ณ อยุธยา พิพิธภัณฑ์วังจันทรเกษม ว่า …สิ่งของที่ไทยให้อย่างสั่งออกไปทําเมืองจีนในครั้งกรุงเก่าพบมากแต่ 3 อย่าง คือ ชาม จานเชิง โถ บางทีจะมีถ้วยและกระโถนอีก 2 อย่าง ด้วยเป็นของที่ไทยเราใช้ใส่น้ําพริก น้ําปลา และใส่ยามา

แต่โบราณ กระโถนนั้นก็สําาหรับบ้วนน้ำหมาก… ชามไทยสั่งครั้งกรุงเก่าว่าโดยรูปทรงเห็นมีแต่ทรงบัว…และทรงมะนาวตัด ทรงเหล่านี้เป็นชามจีนทั้งนั้น รู้ว่าของสั่งแต่ด้วยเขียนลายไทย และถ้ามีฝาไม่ว่ารูปใดๆ เป็นชามไทยสั่งให้ทําาทั้งนั้น ด้วยชามจีนเขาไม่ใช้ฝา… จานเชิงว่าโดยรูปเป็นของไทยแท้ สั่งเข้ามาใช้จัดสําารับเลี้ยงอาหารอย่างไทย จานเชิงขนาดใหญ่สําาหรับใช้ใส่ยําาและผักปลา และใส่ข้าวสุกซึ่งแบ่งมาจากชามใหญ่เมื่อเวลาจะกิน จานเชิงอย่างเล็กสําหรับใส่กับข้าว ของหวาน จัดตั้งบนโต๊ะเท้าเชิง… โถนั้นมีหลายขนาด ขนาดใหญ่ที่สุดที่ได้พบประมาณ 5 กํา รองลงมาขนาดกลางอีกขนาดหนึ่งสําาหรับใส่ของกินและอบเครื่องหอม รองลงมาเป็นโถแกงโถน้ําเชื่อมตั้งบนสํารับ เล็กที่สุดเป็นโถปริกสําหรับตั้งเครื่องแป้ง กระบวนโถทํามาหลายรูป โถขนาดใหญ่และขนาดรองมักทําเป็นรูปแตงจุกป้าน โถแกงโถน้ําเชื่อมทําเป็นทรงรูปแตงบ้าง เป็นทรงโกศบ้าง แต่ฝามักทําเป็นยอดทรงมัน โถปริกเครื่องแป้งมักทําเป็นรูปลูกแก้วกลมบ้าง เป็นเฟืองบ้าง เวลาเอามาจัดขึ้นเครื่องแป้งทําปริกทองติดฝาเป็นยอดทรงมันจึงเรียกกันว่าโถปริก…

ซึ่งประเทศไทยได้มีการนำเข้าเครื่องลายคราม มาตลอดตั้งแต่กรุงศรีอยุธยาจนถึงยุคที่เฟื่องฟูที่สุดในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งมีการซื้อหา สะสม ประกวด เครื่องลายครามกันอย่างแพร่หลาย มีการจัดโต๊ะเครื่องลายครามประกวดกันในงานรื่นเริง งานมงคลต่าง ๆ รวมถึง รัชกาลที่ 5 ได้โปรดรับสั่งให้มีการสั่งผลิตเครื่องกังไสลายครามโดยใช้พระปรมาภิไทยย่อ จปร มีทั้งหมด 10 รูปแบบ วาดสีครามลงบนกระเบื้องที่อยู่ในรูปภาชนะต่าง ๆ เช่น ชุดน้ำชา กาน้ำชา กระโถน คนโทน้ำ ฯลฯ

ร้านศิลปะไทยและนักสะสมที่เป็นลูกค้าของทางร้านทุกท่าน ต่างเล็งเห็นถึงความสำคัญของเครื่องลายคราม เบญจรงค์ และของเก่าโบราณ ในฐานะที่เป็นตัวแทนสะท้อนภาพชีวิตความเป็นอยู่ของบรรพบุรุษ คุณค่าและงานศิลปะที่บรรจงวาดอย่างพิถีพิถันลงบนเครื่องกระเบื้องดินเผา ที่นำผ่านข้ามน้ำข้ามทะเลมาตั้งแต่โบราณ จึงมีความประสงค์ที่จะรับซื้อเครื่องกังไสลายคราม เบญจรงค์ และของเก่าโบราณ เพื่ออนุรักษ์และเก็บรักษาสืบต่อไป

สำหรับท่านเจ้าของของโบราณ เครื่องกังไส เครื่องลายคราม เบญจรงค์ เครื่องถมทอง เครื่องเงิน กระเพาะปลา พระบูชา พระเครื่อง เฟอร์นิเจอร์มุก ของสะสมมีค่าต่าง ๆ ที่ต้องการขายหรือแบ่งปันให้กับเรา ทางร้านศิลปะไทยยินดีรับซื้อของเก่าของโบราณดังกล่าว โดยให้ราคาที่สูงกว่าท้องตลาด และมีบริการรับซื้อของโบราณถึงที่บ้านของท่าน โดยไม่มีการคิดค่าใช้จ่าย รับซื้อได้ทั่วประเทศและชำระเงินเป็นเงินสดทันที ไม่จำกัดวงเงิน โดยร้านศิลปะไทย จะเก็บรักษาชื่อเสียงของเจ้าของเดิมไว้เป็นความลับ

เจ้าของร้านเป็นผู้ซื้อเองโดยตรง ดังนั้นจึงรับประกันได้ว่าของโบราณที่ท่านได้แบ่งขายให้กับเรา จะได้ราคาดีที่สุดเกินกว่าท้องตลาด ยินดีต้อนรับนายหน้า พาเราไปซื้อ เรามีค่าคอบแทนอย่างงามให้ทันที

รับซื้อของโบราณ รับซื้อของเก่าสะสม รับซื้อวัตถุโบราณ จัดทำพิพิธภัณฑ์ ให้ราคาสูงที่สุด รับซื้อเครื่องลายคราม
รับซื้อกังไส รับซื้อเบญจรงค์ รับซื้อเครื่องเงิน รับซื้อขันเงิน รับซื้อพานเงิน รับซื้อเงินถมทอง รับซื้อกระเพาะปลา
ซื้อง่าย จ่ายเงินสด ไม่กดราคา มีหน้าร้านชัดเจน เราให้ราคาดีที่สุดในตลาด ให้บริการอย่างมืออาชีพ
รักษาความลับของลูกค้า ยินดีให้คำปรึกษา

ติดต่อเจ้าของร้านโดยตรงได้ที่ 085 155 8658
Line ID : silpathai (สามารถตกลงซื้อได้ทันทีจากรูปถ่าย)
  • อ้างอิง
    • : ความรู้จากเศษกระเบื้องจีน / พิมพ์ประไพ พิศาลบุตร
    • : บทความเรื่อง เครื่องลายคราม /ธนสรณ์ โสตถิโสภา